หัวหน้าอยากให้ทีมเก่งขึ้น ลองจับทีมไปอยู่กับคนเก่ง รู้จัก Cheerleader Effect จิตวิทยาที่ผสมกลุ่มคน ดันงานให้สำเร็จ

Last updated on ต.ค. 4, 2023

Posted on ต.ค. 1, 2023

อยากเป็นคนแบบไหน ก็จงเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในสังคมแบบนั้น

ประโยคนี้เป็นคำสอนที่ใช้ได้ดีเสมอในโลกของการทำงาน นั่นเพราะการเป็นผู้นำ ไม่ใช่แค่ออกคำสั่ง แต่ยังรวมไปถึงการตัดสินใจพร้อมกับทีมเพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกัน ซึ่ง Cheerleader Effect คือจิตวิทยาอย่างหนึ่งที่ผู้นำสามารถนำมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพทีมได้ ด้วยการเปลี่ยนสภาพแวดล้อมของคนก็เท่านั้น

Cheerleader Effect เป็นหลักการที่ทำให้คนรู้สึกว่าเราจะดูดีขึ้นเมื่ออยู่กันเป็นกลุ่ม เนื่องจากสมองของเราจะมีแนวโน้มที่เฉลี่ยความน่าสนใจมาจากคนอื่น ๆ ในกลุ่มนั้น หรือพูดกันง่าย ๆ หากมีกลุ่มคนที่มีเพอร์ฟอร์แมนซ์กับหน้าตาดี แล้วดันมีคนธรรมดาในกลุ่มยอดคนเหล่านั้น คนธรรมดาคนนั้นก็จะดูดีมากขึ้นในทันที

ลีดเดอร์จึงสามารถนำจุดแข็งของ Cheerleader Effect มาใช้ได้ ด้วยการนำคนธรรมดา มาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีคนเก่ง ซึ่งสิ่งนี้จะทำให้เกิดปฏิกิริยา Catalyst Effect หรือก็คือการได้รับผลกระทบจากการเร่งปฏิกิริยา ผลก็คือการนำคนธรรมดา และคนเก่งมาอยู่ด้วยกัน จะทำให้เราสามารถสร้างทีมที่ประสบความสำเร็จได้ เนื่องจากคนธรรมดาเองก็ได้รับแรงบันดาลใจจากเหล่าทาเลนต์ จึงพยายามถีบตัวให้เก่งขึ้น รวมถึงจุดหนึ่งเหล่าทาเลนต์ในนั้นก็ถูกท้าทาย และกระตุ้นจากคนธรรมดาได้เช่นกัน โดยขั้นตอนเหล่านี้เป็นองค์ประกอบที่ช่วยให้ Cheerleader Effect สมบูรณ์มากขึ้น

1. จับปูใส่กระด้ง

การจับปูใส่กระด้ง คือการที่เรานำคนธรรมดา และทาเลนต์มาอยู่ด้วยกัน ทำให้พวกเขาเผชิญกับการปรับตัวจนเคารพกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเก่งหรือไม่ก็ตาม สิ่งนี้จะสร้างความสัมพันธ์ให้พวกเขารู้ว่าตัวเองขาดด้านไหน รวมถึงสร้างเป้าหมายร่วมกัน จนเกิดออร่าเชิงบวกที่ช่วยพัฒนาคนขึ้นมา


2. ใส่โมเมนตัมเพิ่มความท้าทาย

เมื่อทีมมีความมุ่งมั่น และเหนียวแน่นกันแล้ว ขั้นต่อไปคือการที่ผู้นำจะเริ่มสร้างแรงผลักดันให้พวกเขา หรือก็คือการสร้างโมเมนตัมนี่แหละ เพราะการใส่โมเมนตัมที่ท้าทายมากขึ้นเพื่อชาเลนจ์ทีม ไม่ว่าจะเป็นแบ่งเป้าหมายใหญ่ออกเป็นงานย่อย หรือให้ฟีดแบ็กกันอย่างตรงไปตรงมา จะช่วยสร้างความก้าวหน้าให้ทีมรู้สึกถึงการพัฒนาได้


3. ลับสมอง ประลองจุดแข็ง

แม้ว่า Cheerleader Effect จะเน้นย้ำถึงพลังของกลุ่ม แต่สิ่งสำคัญก็คืออย่ามองข้ามจุดแข็งของรายบุคคล ลีดเดอร์ต้องมองหาว่าใครถนัดอะไร เพื่อเสริมความสามารถเฉพาะตัวของสมาชิกในทีมแต่ละคน เพราะการทำเช่นนี้ เราจะไม่เพียงแต่เพิ่มความมั่นใจให้กับทีม แต่ยังแสดงให้เห็นถึงคุณค่าที่พวกเขามอบให้กับทีมโดยรวมอีกด้วย


4. กำหนดแนวทาง กระตุ้นความสำเร็จ

ท้ายที่สุด ในฐานะผู้นำ เราต้องกำหนดแนวทางการทำงานให้กับทีม ด้วยทัศนคติเชิงบวกที่แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่น และจรรยาบรรณในการทำงานที่แข็งแกร่ง เมื่อสมาชิกในทีมได้เห็นการปฏิบัติงานของเรา มันจะช่วยตอกย้ำแนวคิดเรื่องความสำเร็จ รวมถึงกระตุ้นให้พวกเขาใช้กรอบความคิดที่เหมือนกันในการทำงาน


Cheerleader Effect เป็นปรากฏการณ์ทางจิตวิทยาอันทรงพลัง ที่ผู้นำสามารถนำมาใช้ เพื่อส่งเสริมการทำงานร่วมกันในทีม ซึ่งลีดเดอร์สามารถเพิ่มพลังของเอฟเฟกต์นี้ได้ ด้วยการทำให้ใครสักคนรู้สึกมีคุณค่าในฐานะส่วนหนึ่งของทีมที่สุดยอด และการใช้จิตวิทยาพัฒนาคน จะช่วยให้พวกเขามีแนวโน้มที่จะก้าวไปไกลกว่านั้น และท้ายที่สุดจะขับเคลื่อนความสำเร็จให้กับทั้งองค์กรต่อไป


ที่มา

trending trending sports recipe

Share on

Tags