เทรนด์การทำ CONTENT กำลังจะเปลี่ยนไป!

รวมเทคนิคการทำคอนเทนต์ยุคใหม่จาก TikTok จากงาน Adman Award & Symposium 2023

Last updated on พ.ย. 17, 2023

Posted on พ.ย. 16, 2023

การทำ CONTENT ในโลกยุคปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปจากแต่ก่อนอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งวันนี้ทีม CREATIVE TALK ได้มาอยู่ที่งาน Adman Award & Symposium 2023 ในหัวข้อ THE IMPACT OF CONTENT TO COMMERCE โดยคุณ รวิน จิระกรานนท์ ถึงเทรนด์การทำคอนเทนต์ และเทคนิคใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น อะไรคือปัจจัยในการมัดใจลูกค้าจนนำไปสู่ยอดขาย

🌎 เทรนด์ผู้บริโภคของ Tikiok

👉 6 ใน 10 คนเวลาเห็นโฆษณาจัด ๆ หรือขายตรงแบบน่าเบื่อ ลูกค้าจะไม่อยากซื้อสินค้า
👉 34% คอนเทนต์ที่ไม่ได้เชื่อมโยงพฤติกรรมกับตัวลูกค้า จะไม่ซื้อสินค้า

โดยการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคเกิดจากที่พวกเขารู้มากขึ้น และฉลาดเลือกในการรับชมคอนเทนต์ที่เชื่อมโยงกับตัวเองเป็นหลัก โดยจากการสำรวจข้อมูลของ TikTok ระบุไว้ว่า

👉 51% Exaggerated โฆษณาที่ดูโอเวอร์มากเกินไป พูดเกินจริง ดูไม่เรียล ลูกค้าจะไม่ค่อยให้ความสนใจ
👉 36% Picture-Perfect โฆษณาอะไรก็ตามที่ดูแสงสวยเกินไป ภาพดูดีเกินไปจะไม่เกิดการเชื่อมโยงกับลูกค้า และลูกค้าจะรู้สึกว่าดูไม่จริง ดูไม่เรียล
👉 34% Boring โฆษณา หรือคอนเทนต์ที่มีความน่าเบื่อ ไม่น่าดึงดูดลูกค้าจะปัดหนีทันที
👉 32% Distracting/Disturbing โฆษณาไหนที่ทำให้เขารู้สึกกวนใจ หรือ popup ขึ้นมาบ่อย ๆ พวกเขาจะไม่สนใจ


🌎 ลูกค้าชื่นชอบเนื้อหาของแบรนด์ แต่แบรนด์ต้องเพิ่มคุณค่าอะไรบางอย่างให้กับลูกค้า

86% ลูกค้าชอบการขายของแต่ต้องได้รับความบันเทิง
88% ลูกค้าชอบเข้ามาเรียนรู้สิ่งใหม่ หรือเรื่องใหม่ ๆ
85% ลูกค้าอยากทันกระแส อยากตามเทรนด์
70% ลูกค้าต้องได้รับความสุขกลับไป ดูแล้วอิ่มอกอิ่มใจ
79% ลูกค้าอยากทราบผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ จากแบรนด์
65% ลูกค้าอยากได้การมีส่วนร่วมกับแบรนด์ หรือ Activity


🌎 ยุคนี้ลูกค้าให้ความสนใจ และความสำคัญอย่างมากถึง Relevance

แบรนด์ที่ใส่ใจพฤติกรรมผู้บริโภคจะมี Brand Value เพิ่มขึ้น 20% ในทางกลับกันแบรนด์ที่จะขายอย่างเดียว และไม่สนใจพฤติกรรมการเชื่อมโยงถึงตัวลูกค้าจะถูกลดลงถึง 20%

สูตรสำเร็จที่สำคัญของการทำคอนเทนต์ในยุคนี้คือ
Reach + Relevance = Response
ต่อให้เราซื้อ Reach มากเท่าไหร่ แต่คอนเทนต์ไม่สามารถเชื่อมโยง (relevancy) ก็ไม่สามารถซื้อใจลูกค้าได้ แบรนด์ต้องให้ความสำคัญกับทั้ง Reach และ Relevance


🌎 เทคนิคในการสร้างคอนเทนต์ในยุคนี้

การทำคอนเทนต์ใน TikTok ต้องใส่ใจ 6 เรื่องดังนี้

🎯 1. GO NATIVE

สร้างเนื้อหาที่ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติซึ่งเป็นแก่นแท้สำหรับเพจ หรือแบรนด์ของคุณ ตัวอย่างง่าย ๆ เช่น เน้นรูปแบบการถ่ายธรรมดา (ห้ามเซตอัปมากจนเกินไป) หรือคนแสดงถ้าเป็นแบรนด์ใช้พนักงานของเราได้ ไม่จำเป็นต้องดารา หรือครีเอเตอร์ที่เหมาะสมกับแบรนด์

🎯 2. STRUCTURE

สร้างโครงสร้างเนื้อหาที่เพิ่มมูลค่าและขับเคลื่อนประสิทธิผล ข้อนี้สำคัญที่การมุ่งเน้นไปที่การดึงดูดความสนใจ ถ่ายทอดคุณค่า แล้วกระตุ้นให้เกิดการกระทำ โดยมีแก่นในการทำคอนเทนต์ทั้งหมด 3 ข้อ คือ

👉 HOOK สร้างความคาดหวัง
โดยเน้นไปที่การถ่ายทอดคุณค่าของเนื้อหาก่อน และปล่อยให้อัตลักษณ์ของแบรนด์บ่งบอกว่าคุณเป็นใคร และคุณกำลังทำอะไรอยู่ ซึ่งจะให้ดีต้องทำให้คน HOOK ภายใน 2 วินาทีให้ได้ และไม่ควรเกิน 5 วินาที
สำหรับ HOOK ช่วงที่สำคัญที่สุดอย่างที่กล่าวไปคือ คนดูจะดูต่อหรือไม่ขึ้นอยู่กับ 2 วินาทีแรก โดยสามารถทำได้ทั้ง การสร้างความสงสัย, การสร้างความประหลาดใจ หรือเล่นกับอารมณ์ของผู้ชม

👉 BODY ให้รางวัลกับความสนใจของพวกเขา
ใช้โครงสร้างการเล่าเรื่องที่น่าสนใจ เพื่อดึงดูดผู้ชมผ่านเนื้อหา โดยใช้ระยะเวลา 6 นาทีขึ้นไป

👉 CLOSE บอกเจตจำนง
นำเสนอผลิตภัณฑ์และสื่อสารข้อความ เพื่อชี้แนะผู้ชมของคุณเกี่ยวกับสิ่งที่ควรคิด หรือรู้สึก หรือต้องทำ

🎯 3. STIMULATION

หรือการดึงดูดความสนใจของผู้ใช้ด้วยเทคนิคการตัดต่อด้วยเครื่องมือที่ได้รับการพิสูจน์แล้วจาก TikTok ว่าสามารถดึงดูดความสนใจเอาไว้ได้ ดังนี้

👉 Music เพลงเร็วช่วยเพิ่มกิจกรรมทางระบบประสาทที่เกี่ยวข้องกับการจดจำโฆษณาได้ดีกว่าเพลงช้า
👉 Transitions การเปลี่ยนฉากอย่างรวดเร็วจะดึงดูดผู้ใช้ตั้งแต่เนิ่น ๆ และเพิ่มโอกาสในการสร้างความประทับใจให้กับผู้ใช้ได้ดีกว่าฉากนิ่ง ๆ
👉 Movement การเคลื่อนไหวในวิดีโอจะช่วยดึงดูดสายตาผู้ใช้ และทำให้การเล่าเรื่องดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง
👉 Text คำแนะนำด้วยภาพ เช่น การป๊อปอัปข้อความช่วยรักษาการมีส่วนร่วมในหมู่ผู้ชมในระดับสูง
👉 Emojis อีโมจิสามารถทำให้เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของลูกค้าได้ และทำให้แบรนด์ดูสนุก
👉 Brands การมองเห็นแบรนด์ที่เพิ่มขึ้นหรือการจัดวางผลิตภัณฑ์ตั้งแต่เนิ่น ๆ ช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพของโฆษณา เพิ่มความสามารถในการจดจำ และการจดจำแบรนด์ได้ดี

ในส่วนของการมีฉากที่หลากหลายช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัสและเพิ่มยอดขายได้ถึง 38% ซึ่งมากกว่าคอนเทนต์ที่นั่งอยู่เฉย ๆ

🎯 4. SOUND

เพิ่มการรับรู้ด้วยเสียงเพลงเป็นสิ่งสำคัญมาก เราต้องเข้าใจบริบทของเนื้อหา และคอนเทนต์ที่จะนำเสนอ หากคอนเทนต์นั้นเราอยากให้ดูสนุกควรใช้เพลงมีจังหวะ และที่สำคัญเพลงที่มีจังหวะ หรือเพลงเร็วช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าจดจำแบรนด์ได้ดี

แบรนด์หรือเพจ ควรนำเทรนด์บนแพลตฟอร์มมาใช้กับแบรนด์ของคุณเพื่อช่วยเชื่อมต่อกับผู้คนในวงกว้าง ซึ่ง 77% ของผู้ใช้ TikTok ชื่นชอบเมื่อแบรนด์ใช้ เทรนด์, มีม หรือ ชาเลนจ์ในการทำคอนเทนต์ใหม่ ๆ

🎯 6. PRODUCTIONS

ใช้พื้นที่ให้เต็มหน้าจอ แต่อย่าทับซ้อนกับ UI โดยโปรดักชันมีความสำคัญไม่แพ้กับคอนเทนต์ โดยเทคนิคหลัก ๆ ที่ทาง TikTok แนะนำคือ 3 เรื่องนี้

  • ถ่ายเป็นแนวตั้ง ที่มีขนาด 9:16
  • ภาพที่คมชัด โดย 72% ลูกค้าชื่นชอบภาพถ่ายที่ชัดเจน ไม่ต้องโปรดักชันใหญ่
  • พื้นที่ปลอดภัย คือพื้นที่ไม่ทับ UI ของแพลตฟอร์ม TikTok

🌎 โดยสรุป Creative Levers สิ่งที่ TikTok แนะนำในการทำคอนเทนต์คือ

👉 Video Length

วิดีโอที่มีความยาวน้อยกว่า 30 วินาที มีโอกาสที่จะมีประสิทธิภาพมากว่า แนะนำให้ลองใช้ 20วิ / 25วิ / 30วิ เพื่อดูว่าความยาวแบบไหนเหมาะสมที่สุดสำหรับแคมเปญ หรือผลิตภัณฑ์ของแบรนด์

👉 Visual Variety

วิดีโอที่มีฉาก หรือการเปลี่ยนฉาก 3-5 ฉาก หรือเปลี่ยนคนแสดงจะช่วยเพิ่มความน่าสนใจของโฆษณาหรือคลิปที่ดูได้

👉 Effective Sound Usage

ใช้เสียงต่าง ๆ เพื่อสร้างอารมณ์ร่วม สื่อสารข้อความสำคัญ หรือใช้เสียงพากย์เพื่อการสื่อสารชัดเจน

👉 Captions / Stickers / Callouts

เครื่องมือเหล่านี้จะช่วยให้ผู้จดจำข้อมูลด้วยภาพ เน้นคำที่เข้าใจง่าย โดยเฉพาะข้อความที่จะช่วยดึงดูดลูกค้าของคุณ

👉 Content

ความบันเทิงเช่นเดียวกับการสอนวิธีใช้ และตรวจสอบว่าวิดีโอนี้สะท้อนความเป็นแบรนด์ของคุณหรือยัง มันสนุกและบันเทิงใจหรือไม่

👉 Call-to-Purchase

ตรวจสอบว่าเรากำลังเพิ่ม Conversion ด้วยการให้คำแนะนำที่ชัดเจน เช่น วิธีการซื้อ, เพิ่มลงตะกร้า, ชำระเงิน หรือกระตุ้นความเร่งด่วนด้วยการนับถอยหลังเมื่อข้อเสนอสิ้นสุดลงแล้วหรือยัง


เสริมสำหรับคนที่อยากทำ Live บน TikTok วันนี้เรามีทริกดี ๆ มาฝากกัน

🎯 Tips เทคนิคการทำไลฟ์ (TikTok Live) 🎯

✅ เราต้องรู้จักผลิตภัณฑ์เป็นอย่างดี วิเคราะห์ และเล่าถึงประโยชน์และคุณสมบัติของสินค้า รวมถึงหาคำตอบ
✅ เก็บโพยรายละเอียด ผลิตภัณฑ์ที่สำคัญและจุดเด่นของสินค้าไว้ใกล้มือเพื่อเอาไปใช้อ้างอิง
✅ ให้ความรู้คนดูเกี่ยวกับโปรโมชัน หรือ แนะนำให้คนดูสำรวจตะกร้าสินค้าพร้อมคำแนะนำในการชำระเงิน และย้ำสิ่งนี้ซ้ำ ๆ บ่อย ๆ
✅ ถามตอบกับคนดูด้วยการสนทนาแบบเปิด คุยกันในไลฟ์ และต้องมีการโต้ตอบลูกค้าถามมาต้องตอบกลับเป็นประจำ พร้อมทั้งเชิญชวนให้คนดูโต้ตอบโดยคลิกที่ตะกร้าสินค้าเพื่อกระตุ้นการค้นหาสินค้า
✅ รวมข้อเสนอที่น่าสนใจเพื่อดึงดูดให้คนที่รับชมเราดูต่อ โดยบอกข้อเสนอพิเศษเมื่อมีคนดูเกินจำนวนที่กำหนดไว้ หรือคนดูมีจำนวนมาก

🎯 Tips การโชว์สินค้า (Showcasing Products) 🎯

✅ วางแผนและปักหมุด ผลิตภัณฑ์ที่จะแสดงในการถ่ายทอดสด / สำหรับการถ่ายทอดสด 2 ชม. ควรแนะนำผลิตภัณฑ์ประมาณ 20 รายการ โดยระบุและเน้นย้ำสินค้าขายดีเพื่อดึงดูดผู้ชม
✅ สาธิตผลิตภัณฑ์ และการเปรียบเทียบสินค้าที่คล้ายกันแบบเคียงข้างกัน
✅ ตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีการแบ่งประเภทผลิตภัณฑ์แบบองค์รวม เช่น การกำหนดราคาตามลำดับ และการแสดงระดับราคาที่ต่ำก่อน เพื่อเพิ่มปริมาณการเข้าชมและผลิตภัณฑ์ที่สร้างผลกำไรในภายหลัง
✅ นำเสนอสินค้าขายดีและข้อเสนอพิเศษโปรโมชันต่าง ๆ ตั้งแต่เนิ่น ๆ และนำเสนอเป็นระยะ
✅ พิจารณาความน่าดึงดูดของผลิตภัณฑ์ เช่น สินค้าตามฤดูกาลไหนน่าสนใจ, สินค้า Exclusive หรือสินค้าที่เป็นกระแสใน TikTok
✅ ตั้งราคาให้ดึงดูดและน่าตื่นเต้นด้วย Flash Sale หรือขายเป็นชุดในราคาพิเศษ

🎯 สิ่งควรทำดันยอดคนเข้าไลฟ์ 🎯

✅ ทำ Pre-Heat VDO ก่อนเริ่มไลฟ์ สร้างวิดีโอสั้นเพื่อโปรโมทไลฟ์ล่วงหน้า
✅ สร้าง Live Event แจ้งเตือนไลฟ์ เพื่อบอกวันที่และเวลาที่จะเริ่มไลฟ์ให้กับผู้ชม
✅ ไลฟ์อย่างน้อย 3-5 ครั้ง/สัปดาห์ ควรไลฟ์ขั้นต่ำ 2 ชม. ต่อครั้ง
✅ Pin สินค้าที่กำลังพูดถึงในขณะไลฟ์
✅ ไลฟ์ต่อเนื่อง 60 นาที
✅ ควรมีสินค้าแสดงใน Live อย่างน้อย 6 รายการ
✅ เช็กว่ามีสินค้าในตะกร้าตามที่รีวิวครบถ้วน
✅ ไลฟ์ตามสคริปและลำดับการนำเสนอสินค้าด้วยความรอบคอบตามแพลน

🎯 สิ่งที่ไม่ควรทำบนไลฟ์ 🎯

❌ รีวิวสินค้าแต่ละขั้นนานเกินไป (มากกว่า 10 นาที) ไม่ควรอย่างยิ่ง!
❌ แอบละเมิดกฎ / กติกาของ TikTok Shop
❌ ให้ลูกค้าทักแยกไปสั่งซื้อส่วนตัวในช่องทางอื่น ๆ (Redirect Traffic)


เรียบเรียง: กิตติภพ ปานล้ำเลิศ

trending trending sports recipe

Share on

Tags