ไม่ได้เติมแค่ซีรัปหรือกาแฟ Starbucks เตรียมเปิดให้บริการชาร์จไฟรถยนต์ไฟฟ้าด้วย

ณ เวลานี้คงต้องยอมรับว่ากระแสรถยนต์ไฟฟ้ามาแรงแบบฉุดไม่อยู่ เมื่อคนพยายามเปรียบเทียบความคุ้มค่าทั้งในเรื่องของค่าน้ำมันที่แพงเอาแพงเอา ประสิทธิภาพในการทำงาน การดูแลในระยะยาว หรือแม้กระทั่งเรื่องของสิ่งแวดล้อม

Last updated on พ.ค. 10, 2023

Posted on มี.ค. 21, 2022

จุดอ่อนที่สำคัญของรถยนต์ไฟฟ้าตอนนี้คือ สถานีจ่ายไฟ

มีการคาดการณ์เอาไว้ว่าภายในปี 2030 แค่ประเทศสหรัฐอเมริกาที่เดียวจะเต็มไปด้วยรถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle) ถึง 26 ล้านคัน นั่นแปลว่าต้องมีแท่นชาร์จไฟฟ้ามากกว่าที่มีอยู่ในปัจจุบันถึง 10 เท่า

Starbucks เจ้าของร้านกาแฟมากกว่า 15,000 แห่งทั่วสหรัฐฯ จึงเกิดไอเดียที่จะตั้งตัวเองเป็นจุดจ่ายไฟสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าทั่วประเทศ

ในช่วงปีนำร่องนี้ บริษัทได้ร่วมมือกับ Volvo Chargepoint ในการติดตั้งแท่นชาร์จ ณ ที่จอดรถของสาขาให้ครอบคลุมตลอดเส้นทางกว่า 1,350 ไมล์ จาก Denver ถึง Seattle โดยแต่ละจุดตั้งกระจายห่างกันประมาณ 100 ไมล์ โดยตั้งเป้าว่าจะติดตั้งเสร็จภายในสิ้นปี 2022 นี้

ปัญหาหลักของการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบันนี้ คือ

  • สถานีชาร์จรถไฟฟ้า ยังไม่ทั่วถึง ทำให้เป็นอุปสรรค์สำหรับผู้ใช้ หรือ ผู้ที่สนใจจะใช้รถยนต์ไฟฟ้า เนื่องจากส่วนใหญ่ต้องชาร์จจากที่บ้านเป็นหลัก
  • เทคโนโลยีในการชาร์จไฟฟ้ายังใช้เวลานานเกินไป ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าต้องเสียเวลาอย่างน้อย 30 นาทีในการเติมไฟฟ้าแต่ละครั้ง ซึ่งการเสียเวลาชาร์จไฟฟ้านอกบ้านและระหว่างทางจึงไม่ค่อยน่าดึงดูดใจเท่าไรนัก

Volvo และ Chargepoint จึงกำลังเดินหน้าติดตั้งจุดชาร์จไฟให้กับ Starbucks ในเมืองใหญ่อย่าง Twin Falls ในรัฐ Idaho และ Uintah ในรัฐ Utah นอกจากนี้ Starbucks ยังวางแผนที่จะกระจายจุดชาร์จต่างๆ เหล่านี้ไปยังพื้นที่ส่วนที่ควรได้รับการพัฒนาทางเศรษฐกิจ เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เติบโต รวมถึงเปิดใจกับรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้นด้วย

ในช่วงนำร่องนี้ Starbucks จะขอดูยอดการใช้งานเพื่อประเมินการขยายพื้นที่และจุดเติมไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าให้มากขึ้นในอนาคต ซึ่งแผนการนี้นับเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาอย่างยั่งยืนของบริษัทที่ตั้งเป้าการใช้ทรัพยากรในเชิงบวก (Resource Positive) รวมถึงเป้าในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ด้วย


ถ้าแผนการนี้สำเร็จในสหรัฐอเมริกา ภายในปีสองปีนี้เราคงจะได้เห็น Starbucks ในประเทศไทยเอากลยุทธ์นี้มาปรับใช้และมีแนวโน้มว่าจะช่วยเพิ่มยอดขายให้กับร้านกาแฟนี้ด้วยแน่นอน เพราะโดนปกติแล้วคนไทยใช้เวลาในร้าน Starbucks มากกว่า 30 นาที การจิบกาแฟระหว่างรอชาร์จรถไปด้วยจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้สูง


ที่มาของข้อมูล


เรื่อง: แพรว – ณัฐธยาน์ รุ่งรุจิไพศาล นักเขียนตัวเปี๊ยกหัวโต ผู้รักสัตว์เป็นชีวิตจิตใจ วิ่งไล่ผีเสื้อในทุ่งลาเวนเดอร์
trending trending sports recipe

Share on

Tags