Trending News

Subscribe Now

เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ ด้วยการเรียกเวลาคืนจาก Social Media

เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ ด้วยการเรียกเวลาคืนจาก Social Media

Article | Living

ตั้งใจจะเคลียร์งานให้เสร็จ แต่หันไปจับ Smartphone สักพัก หันกลับมาอีกทีผ่านไปครึ่งวันเสียแล้ว!

เคยเป็นกันบ้างไหม กับเหตุการณ์ที่วางแผนจะเคลียร์งานที่รับมาให้หมดเกลี้ยง แต่นอกจากงานจะไม่เสร็จแล้วยังงอกเพิ่มมาอีกชุดใหญ่ พอไปดูที่สาเหตุก็รู้ทันทีเลยว่า ตัวเราติด Social Media จนยากจะแกะออกมาเสียแล้ว

I Will Podcast “จะทำทั้งที ต้องทำให้ได้” ขอชวนให้เหล่า I Will ผู้ตั้งเป้าอยากเอาชนะนิสัยเหล่านี้ มาตั้งเป้าหมายและลองทำตามขั้นตอนเหล่านี้ เพื่อดึงเวลากลับมาและกลายเป็นคนใหม่ที่ดีขึ้นกว่าเดิม

1. ตั้งเป้าหมายและลงมือเขียนมันซะ

จุดเริ่มต้นที่ดีของการทำทุกสิ่งคือการตั้งเป้าหมายให้กับสิ่งนั้นเสียก่อน โดยคุณอาจจะเริ่มจากอะไรที่เข้าใจง่าย เช่น จะชาร์ตโทรศัพท์ 1 ครั้งต่อวันเท่านั้น หรือจะกำหนดจำนวนครั้งในการหยิบจับโทรศัพท์หรืออุปกรณ์ต่างๆ

จากนั้นก็ลงมือเขียนสิ่งเหล่านี้ลงในสมุดหรือกระดานที่เราจะเห็นได้ชัดเจน จากนั้นค่อยมาเช็กอีกทีก่อนนอนว่าเราสามารถทำสำเร็จหรือไม่ ข้อดีคือนอกจากจะช่วยให้รู้เป้าหมายในการทำแล้ว ยังช่วยให้เราได้รู้ถึงพฤติกรรมตัวเองอีกด้วย 

2. เปลี่ยนจากนาฬิกาในโทรศัพท์มาเป็นนาฬิกาตั้งโต๊ะ

ถ้าคุณตั้งนาฬิกาปลุกด้วยโทรศัพท์มือถือ นั่นแปลว่าคุณจะเริ่มต้นด้วยการจับโทรศัพท์มือถือเป็นสิ่งแรกของวัน ซึ่งจะทำให้คุณเข้าถึง App ต่างๆ ได้ทันทีและเสี่ยงมากที่คุณจะขลุกตัวอยู่ในโลกออนไลน์จนออกมาไม่ได้

ดังนั้น การมีนาฬิกาปลุกตั้งโต๊ะน่ารักๆ สักเครื่อง ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดีกับตัวคุณคนใหม่และเป็นการตกแต่งโต๊ะข้างเตียงให้สวยได้ด้วย

3. ตั้งแจ้งเตือนใน Social Media เฉพาะเรื่องที่สำคัญ(จริงๆ)เท่านั้น

ข้อนี้หลายคนก็คงอาจคิดในใจว่าสิ่งไหนล่ะที่เรียกว่าสำคัญ ในเมื่องานที่ทำอยู่ก็สำคัญไปเสียทุกอย่าง เราขอเสนอให้ดูที่ลำดับของการส่งงาน เพราะต่อให้ทุกงานจะเร่งกันหมด แต่สุดท้ายเราก็จะรู้อยู่ในใจว่างานไหนที่ด่วนที่สุดอยู่ดี หรือคุณอาจจะเลือกจากงานที่ใช้เวลาน้อยที่สุดจากในบรรดางานด่วนก็ได้เช่นกัน

การวางแผนงานและลำดับความสำคัญของงาน นอกจากจะช่วยให้คุณรู้ว่าต้องทำอะไรก่อน-หลังจริงๆ ยังทำให้คุณทำงานอย่างมีระบบและไหลลื่นขึ้นกว่าเดิม

4. จัดการลบ App และเปลี่ยนไปลองเข้าผ่านหน้าเว็บไซต์ดูบ้าง

บางครั้งคนเราก็ต้องมีหักดิบกันบ้าง! การลบ App ออกจากเครื่องเป็นอีกวิธีที่จะช่วยให้เราเพิ่มแรงเสียดทานในการใช้ Social Media ได้พอสมควร ด้วยขั้นตอนที่ยุ่งยากและวุ่นวายกว่าเดิม ซึ่งพอเราต้องทำหลายขั้นแล้วก็จะชวนให้เราล้มเลิกความคิดที่จะใช้ในเวลาไม่จำเป็นได้ง่ายกว่า

ทั้งนี้ ก็ต้องดูว่าวิธีการนี้เหมาะสมกับงานที่ทำอยู่หรือเปล่าด้วยนะ แต่เชื่อเถอะว่าลดลงไปได้สัก App นึงเวลาก็กลับมาเพียบแล้วล่ะ

5. ลองหันมาใช้อุปกรณ์ดั้งเดิมกันดูบ้าง

Smart Phone หรือโทรศัพท์มือถือทำให้ชีวิตเราสะดวกสบายมากขึ้น แต่ก็ทำให้เรามีสมาธิและจดจำอะไรได้น้อยลงไปด้วย การที่เราได้เขียนจดลงในสมุด หรือวาดภาพ Mind Mapping แบบที่ตัวเองเข้าใจ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ทั้งร่างกายและสมองจดจำได้ และยังช่วยให้ลืมได้ยากขึ้นอีกด้วย

ลองหาอุปกรณ์แบบตั้งเดิมมาไว้กับตัวบ้าง อย่างเครื่องคิดเลขหรือสมุดโน้ต บางทีไอเดียเจ๋งๆ อาจจะโผล่มาให้เห็นตรงหน้าคุณก็เป็นได้นะ

6. ตั้งเวลาในการใช้งาน Social Media ใหม่ให้ชัดเจนและเป็นไปได้

ข้อสุดท้าย สำหรับแนวทางทั้งหมดที่เราเตรียมมาให้คุณ เป็นการกลับไปที่ข้อที่ 1 นั่นเอง แต่ต่างไปตรงที่คุณสามารถวางแผนการใช้งาน Social Media ให้เหมาะกับตัวเองได้มากขึ้น เมื่อผ่านการทดลองทำมาแล้วทั้ง 5 ข้อนั่นเอง

และทั้งหมดนี้ คือส่วนหนึ่งจากทั้งหมดที่จะช่วยให้คุณดึงเวลากลับมาจาก Social Media และทำให้งานของคุณเสร็จสิ้นลุล่วงและเป็นไปได้ด้วย หากใครมีวิธีไหนที่นอกเหนือจากนี้ก็แนะนำกันได้นะ หรือจะลองเข้าไปฟัง I Will Podcast เต็มๆ ก็ได้อีกเช่นกัน

I Will Podcast “จะทำทั้งที ต้องทำให้ได้” โปรเจกต์ใหม่จาก CREATIVE TALK x Cigna Thailand ที่ร่วมมือกันสร้างสรรค์รายการที่จะพาเหล่า I WILL ผู้ตั้งใจพิชิตเป้าหมาย มาเจอกับ I WIN ผู้เชี่ยวชาญหรือตัวจริงในแต่ละสาขาที่จะมาให้คำแนะนำและแบ่งปันประสบการณ์ให้คุณใกล้เป้าหมายมากขึ้น

ติดตาม EP.03 : I WILL… ดึงเวลากลับมาจากมือถือ และทำ To do list ให้สำเร็จ

และฟังรายการย้อนหลังตอนอื่นได้ที่

🎧 SoundCloud: https://bit.ly/3wDPqm3
🎧 Spotify: https://spoti.fi/3c2PILw
🎧 PodBean: https://bit.ly/3yJmVFf
🎧 Apple Podcasts: https://apple.co/3wGW76P

Related Articles

Paradigm shift of marketing เมื่อการตลาดปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์

หากมองย้อนดูในช่วงเวลาที่ผ่านมา จะเห็นว่ามีการเปลี่ยนแปลงของโลกไปอย่างมากจากทศวรรษที่ 90 จนถึงปัจจุบัน ทำให้พฤติกรรมและวิธีคิดของประชากรจากในอดีตเปลี่ยนไปมากเช่นกัน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ คนวัย 50-60 ปี มักจะไม่ค่อยกล้าเสี่ยง…

Article | Digital marketing

9 วิธีคิดใหม่แบบคนรู้จริง

คุณรู้ไหมว่าคนกว่า 60% ไม่คิดจะเปลี่ยนความคิด (Rethink) เพราะเชื่อตามๆ กันมา หรืออ้างว่าใครๆ เขาก็ทำกัน แต่จริงๆ แล้วเป็นเพราะไม่อยากเสียเวลามารื้อถอนและประกอบสร้างความรู้ใหม่…

Article | Creative/Design

‘เพราะการเรียนออนไลน์เป็นเรื่องยาก’ คุยกับนีท เบญจรัตน์ นักจิตวิทยาเด็กถึงสิ่งที่พ่อแม่ต้องเตรียมตัวกับ Learning From Home

“การเรียนออนไลน์ปกติแล้วเป็นเรื่องยาก ลองนึกภาพเวลาเรียนในห้องเด็กคือผู้รับสาร ส่วนคุณครูเป็นทั้งผู้สื่อสารและคอยดึงสติเด็กให้กลับมาสนใจกับการสอนตรงหน้า” นีท เบญจรัตน์ จงจำรัสพันธ์ นักจิตวิทยาโรงเรียนแห่งหนึ่ง ตอบเราอย่างฉะฉานด้วยน้ำเสียงที่แจ่มใสแต่ทว่าก็เคลือบแคลงไปด้วยความกังวลใจต่อสถานการณ์ที่เด็กต้องปรับรูปแบบการเรียนมาเป็น Learning From…

Article | Living