Trending News

Subscribe Now

จิตวิทยาการตลาด ว่าด้วย 6 เหตุผลที่ทำให้ IKEA ขายดี

จิตวิทยาการตลาด ว่าด้วย 6 เหตุผลที่ทำให้ IKEA ขายดี

Article | Creative/Design

ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ในสีน้ำเงินเข้ม พร้อมตัวหนังสือ IKEA สีเหลือง เป็นแหล่งรวมสินค้าตกแต่งบ้าน รวมถึงมีร้านอาหารอันเป็นเอกลักษณ์ เราเชื่อว่าหลายคนต้องรู้จัก และต้องมีสักครั้งที่เคยไปเดินช้อปปิงในสถานที่อันฮอตฮิตแห่งนี้ 

คำถามก็คือว่า คุณผู้ฟังเคยสงสัยกันหรือไม่ ว่าทำไม IKEA ถึงขายดี และทำไมหลายคนถึงติดใจในการมาเดินเล่นที่ IKEA เหลือเกิน 

วันนี้เราจะพาทุกคนไปพบกับ “จิตวิทยาเบื้องหลังของ IKEA” ที่ทำให้เรารู้สึกอยากจะมาเดินช้อปปิงที่นี่ และที่สำคัญคือ IKEA มักจะทำให้เราได้ของกลับบ้านไปหลายอย่างมากกว่าที่เราตั้งใจจะมาซื้อ 

ข้อมูลอ้างอิงจากเว็บไซต์ CNBC บทความนี้เขียนขึ้นโดยคุณแคทเธอรีน คลิฟฟอร์ด (Catherine Clifford) บอกว่า ปัจจุบัน IKEA มีจำนวนร้านค้าทั้งหมด 433 สาขา อยู่ใน 53 ประเทศทั่วโลก มียอดขายสูงถึง 45,500 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 1.427 ล้านล้านบาท ต่อปี เขาเลยตั้งคำถามว่า ทำไม IKEA ถึงขายดีขนาดนี้ และนี่คือ 6 เหตุผลที่ทำให้ IKEA ขายดีครับ

1. สินค้าราคาถูก ดูดี และมีคุณภาพ

จุดเริ่มต้นแนวคิดนี้ มาจาก Founder ของ IKEA ที่เขาตั้งคำถามว่า “ทำไมเฟอร์นิเจอร์ดี ๆ ต้องมีไว้สำหรับคนรวย หรือคนที่มีเงินเท่านั้น” แบรนด์ IKEA จึงเริ่มต้นมาจากแนวคิด ที่จะผลิตและคิดค้นเฟอร์นิเจอร์ รวมถึงของใช้ในบ้านที่ดูดี มีราคาไม่แพง และสามารถใช้งานได้จริง 

สิ่งที่ทำให้ IKEA สามารถผลิตสินค้าได้ในราคาถูกกว่าคนอื่นก็คือ การเลือกใช้วัสดุที่หลากหลาย สังเกตได้จากเฟอร์นิเจอร์ของ IKEA จะมีการใช้ไม้อัด ไม้แปรรูป รวมถึงในวัสดุรีไซเคิล นอกจากนี้ IKEA ยังสามารถผลิตในสินค้าในสเกลที่ใหญ่กว่าคู่แข่ง เนื่องจากการดีไซน์เฟอร์นิเจอร์ซึ่งเน้นไปที่การใช้สีขาว-ดำ

2. เดิน IKEA แล้วสบายใจ

ต้องบอกเลยว่า มนุษย์เราส่วนใหญ่ ไม่ค่อยชอบเดินเข้าร้านค้าที่มีของเยอะแยะมากมาย เนื่องจากมันทำให้เราต้องใช้พลังงานในการคิดค่อนข้างเยอะกับการเลือกสินค้า หรือการมองหาสินค้าต่างๆ 

IKEA เป็นร้านค้าที่ออกแบบทางเดินในร้านมาให้คุณเดินแบบไม่ต้องเปลืองพลังงานในการคิด ทางเดินที่ได้ผ่านการวางแผนมาแล้ว และบังคับให้เราเดินตามทางเส้นนั้น จะทำให้เราเพลิดเพลินไปกับการเลือกชมสินค้าต่างๆ และเราเองก็จะได้เห็นสินค้าของ IKEA เกือบทั้งร้านเลยก็ว่าได้ครับ เมื่อเดินผ่านสินค้าสวย ๆ เราก็จะเกิดความอยากได้ขึ้นมานั่นเอง

3. การตกแต่งที่ไม่เหมือนร้านอื่น

IKEA มีการจัดวางสินค้าต่าง ๆ ให้อยู่ในรูปแบบที่เราคุ้นเคย เช่น การจัดห้องนอนให้ได้บรรยากาศที่น่านอน หรือจัดให้ใกล้เคียงกับห้องนอนมากที่สุด ทำให้คนที่เดินผ่านไปมา เกิดจินตนาการและความรู้สึกอยากนอนขึ้นมาทันที 

และถ้าเราสังเกตดี ๆ เราจะพบว่าการตกแต่งร้านที่ IKEA จะเน้นการใช้สีขาวและมีการติดกระจกอยู่มากมายหลายแห่ง สิ่งนี้แหละ ที่ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย รู้สึกสบายตา สบายใจที่ได้มาเดิน 

4. IKEA มีโซนสำหรับเด็ก 

IKEA ทำให้คุณพ่อ คุณแม่ สามารถเดินช้อปปิง และเลือกซื้อของได้นานขึ้น โดยที่ไม่ต้องห่วงเลยว่าลูก ๆ ของคุณจะขอกลับบ้านเร็ว เพราะเขาได้จัดสนามเด็กเล่นเล็ก ๆ ไว้ให้เด็ก ๆ ได้ร่วมสนุก รวมถึงการจัดห้องที่เต็มไปด้วยตุ๊กตาและของเล่น เพื่อเตรียมต้อนรับเด็ก ๆ ที่เดินผ่าน รับรองได้เลยว่า ลูก ๆ ของคุณพ่อ คุณแม่ ไม่มีเบื่อแน่นอน 

5. โซนอาหาร ที่ไม่เหมือนใคร

หลายคนอาจจะแปลกใจที่ได้เห็นโซนอาหารของ IKEA อยู่ถัดจากเคาน์เตอร์ชำระเงิน แน่นอนว่าการจัดวางจุดจำหน่ายอาหารให้อยู่ด้านหน้าของแคชเชียร์ เป็นสิ่งที่ IKEA คิดและวางแผนมาแล้วเป็นอย่างดี 

เหตุผลคือ เวลาที่คุณเดินช้อปปิง แล้วมาเจอกับแคชเชียร์ที่มีกลิ่นของอาหารอยู่ด้านหน้า มันจะทำให้คนที่ต้องจ่ายเงินซื้อของมีความรู้สึกที่ผ่อนคลายมากขึ้น หรือพูดอีกอย่างก็คือว่า คุณจะรู้สึกผ่อนคลายเมื่อได้กลิ่นอาหารนั่นเอง 

อีกหนึ่งข้อสังเกตเกี่ยวกับโซนอาหารของ IKEA ก็คือ อาหารที่นี่มีราคาไม่แพงจนเกินไป และมีรสชาติอร่อยถูกปากใครหลายคน โดยเฉพาะคนที่ชอบทานอาหารสไตล์ยุโรป 

ตัวเลขที่น่าสนใจเกี่ยวกับเมนูยอดฮิตติดกระแสในครัวของ IKEA อย่าง Swedish Meatball หรือว่าลูกชิ้นเนื้อสไตล์สวีเดน คือ ในหนึ่งปี IKEA ขายลูกชิ้นชนิดนี้ได้ปีละมากกว่า 1 พันล้านลูก! 

6. IKEA ให้เราประกอบเฟอร์นิเจอร์เอง

IKEA อยากให้เรามีส่วนร่วมกับสินค้าให้ได้มากที่สุด ด้วยการเสิร์ฟประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร คือให้เราได้ประกอบเฟอร์นิเจอร์ที่เราซื้อไปด้วยตัวเอง กลยุทธ์นี้ทำให้หลายคนที่ซื้อเฟอร์นิเจอร์จาก IKEA กลับบ้านไป ได้มีส่วนร่วมมีความรักและผูกพันกับของสิ่งนั้น หากเทียบกับสินค้าที่สำเร็จรูปมาจากร้าน 

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณซื้อตู้เสื้อผ้า 1 หลัง กลับไปคุณอาจจะต้องใช้เวลาสักพักในการเรียนรู้ชิ้นส่วน รวมถึงเรียนรู้ขั้นตอนการประกอบตู้เสื้อผ้า ซึ่งคุณสามารถเปลี่ยนช่วงเวลานี้ เป็นช่วงเวลาที่ดีได้โดยการชวนคนในบ้าน มาร่วมด้วยช่วยกันประกอบตู้เสื้อผ้า เมื่อวันเวลาผ่านไป ตู้เสื้อผ้าหลังนี้ ก็จะกลายเป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของคุณ และครอบครัวนั่นเอง

เมื่อผู้ซื้อมีความภูมิใจและมีความผูกพันกับสินค้า เขาย่อมรู้สึกว่าของที่เขาซื้อไปนั้น มันมีคุณค่ามาก และมันจะทำให้เขาอยากกลับมาซื้ออีกอย่างแน่นอน

เรียบเรียงจาก Design You Don’t See Podcast
เรียบเรียงโดย  สนธยา สุตภักดิ์

Related Articles

WISESIGHT ประกาศผลผู้ชนะเลิศ รางวัลแด่คนโซเชียลครั้งยิ่งใหญ่ จากงาน Thailand Zocial Awards 2020

ที่สุดรางวัลแด่คนโซเชียลครั้งยิ่งใหญ่ “ไวซ์ไซท์” (WISESIGHT) ประกาศผลผู้ชนะเลิศ เชิดชูแบรนด์ อินฟลูเอนเซอร์ และบุคคลในวงการบันเทิง ที่ทำผลงานได้ดีเยี่ยม ในงาน Thailand Zocial Awards 2020 ครั้งที่…

Article | Digital marketing