Trending News

Subscribe Now

Gaslighting จะรู้ได้ยังไงว่าคุณกำลังโดนปั่นหัวอยู่หรือเปล่า (และวิธีการรับมือ)

Gaslighting จะรู้ได้ยังไงว่าคุณกำลังโดนปั่นหัวอยู่หรือเปล่า (และวิธีการรับมือ)

Article | Living

คุณเคยเป็นไหมที่โดนบอกว่าเป็นคนผิด ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิด แถมอีกฝ่ายยังยืนกรานจนเราเริ่มสงสัยว่า “ตกลงเป็นฉันที่ผิดใช่ไหม”

สถานการณ์แบบนี้อาจจะไม่ได้ผิดปกติอะไรเลย จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำๆ และทำให้เรารู้สึกแย่กับตัวเอง รู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่า ทำอะไรก็ผิด จนอาจเป็นสัญญาณอันตรายที่ทำให้เราหมดไฟได้ สาเหตุหลักของเรื่องนี้มาจากพฤติกรรมที่เรียกว่า “Gaslighting” 

ศัพท์คำว่า “Gaslighting” มีต้นกำเนิดมาจาก บทละครโดย Patrick Hamilton ปี 1938 ที่ชื่อว่า Angel Street เป็นบทละครที่โด่งดังมากในประเทศอังกฤษ จน Hollywood ซื้อลิขสิทธิ์แล้วเอามาทำเป็นหนังชื่อ Gaslight ในปี 1944 ซึ่งเป็นเรื่องราวของคู่สามีภรรยาคู่หนึ่งที่ฝ่ายสามีพยายามจะปั่นหัวภรรยาให้คิดว่าตัวเองเสียสติ ด้วยวิธีการชวนเขย่าประสาทเล็กๆ น้อยๆ เช่น หรี่ตะเกียงน้ำมัน (อันเป็นที่มาของชื่อเรื่อง Gaslight) แล้วทำให้ภรรยาเข้าใจว่า คิดไปเองคนเดียว พยายามตัดขาดภรรยาจากสังคมรอบข้าง และค่อยๆ ทำให้ภรรยาคิดว่าตัวเองเสียสติ ส่วนสุดท้ายหนังจะจบยังไงนั้นต้องไปลองไปหาดูกัน เพราะนักแสดงนำหญิงอย่าง Ingrid Bergman ได้รับรางวัลออสการ์จากหนังเรื่องนี้เลยทีเดียว 

ดังนั้นคำว่า Gaslighting จึงเป็นการข่มเหงทางอารมณ์แบบสุดขั้ว โดยการพยายามปั่นหัวให้อีกฝ่ายสงสัยว่าตกลงแล้วอันไหนจริงอันไหนเท็จ เมื่อทำแบบนี้นานๆ เข้า จะทำให้อีกฝ่ายเริ่มไม่มั่นใจในตัวเอง รู้สึกตัวเองด้อยค่า และต้องพึ่งพาคนที่เป็นคนทำพฤติกรรม Gaslighting ใส่ โดยพฤติกรรมเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแต่ความสัมพันธ์ที่เป็นคู่รักเท่านั้น แต่เป็นกับคนทั่วไป รวมถึงสังคมการทำงานด้วย


จะรู้ได้อย่างไรว่าโดน Gaslighting 

บ่อยครั้งที่คนใช้วิธี Gaslighting เพราะเชื่อว่าการที่เป็นฝ่ายถูกนั้นทำให้ตัวเองมีคุณค่า ดังนั้นเมื่อเขารู้สึกถูกคุกคาม จะพยายามหาคนมาช่วยสนับสนุนและเชื่อในสิ่งเดียวกัน เพื่อรักษาอำนาจและการควบคุมไว้ได้ วิธีการสังเกตง่ายๆ ว่าใครกำลังพยายามปั่นหัวคุณอยู่ เขาจะทำสิ่งต่อไปนี้

  • ทำให้คนอื่นสงสัยในตัวคุณโดยที่คุณไม่รู้ เพื่อตัดคุณออกจากวงสังคม 
  • อ้างว่าคุณพูด หรือ ทำ ในสิ่งที่คุณรู้ดีว่าไม่ได้พูดหรือทำ
  • ปฏิเสธ หรือ เยาะเย้ยความทรงจำของคุณ
  • บอกว่าคุณ “คิดมากไปเอง” เมื่อคุณแสดงความต้องการ หรือ สงสัยกังวลเรื่องใด 
  • เปลี่ยนเรื่อง หรือ ทำให้คุณรู้สึกว่าคุณเป็นคนผิด ทำให้ต้องขอโทษคนอื่นตลอดเวลา
  • ยืนกรานว่าตัวเองถูกต้อง และปฏิเสธความคิดเห็นของคุณ
  • ใช้คำพูดสวยหรูในการทำให้คุณเชื่อว่าเขาหวังดี 

วิธีการรับมือกับ Gaslighting

หากคุณเริ่มสงสัยว่าในองค์กรมีคนกำลังทำพฤติกรรม Gaslighting ใส่คุณอยู่ ลองทำ 6 ข้อนี้ 

  1. ถอยให้ห่างจากคนที่ทำให้เรารู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่า
  2. เก็บหลักฐาน เพื่อเอามาเช็คความจริงกับคนอื่นว่าที่ตัวเองเข้าใจนั้นถูกต้องไหม 
  3. วางเส้นแบ่งระหว่างเรากับคนแบบนี้ จะได้ไม่อินกับความสัมพันธ์มากเกินไป
  4. พยายามหาพวก คนที่มองเห็นจากหลายๆ มุม กลุ่มคนที่ช่วยสนับสนุนเราได้
  5. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือจิตแพทย์ เพื่อให้ได้กลยุทธ์ในการรับมือกับความเครียด
  6. หากไม่มีคนในองค์กรช่วย เราต้องเดินออกมา อย่าปล่อยให้ toxic ตัวเองต่อไป 

หากองค์กรเกิดคนที่ Toxic ในลักษณะนี้มากๆ จะทำให้ทีมงานลาออกเยอะ ดังนั้น คนที่เป็นหัวหน้าหรือผู้นำองค์กรควรจะต้องสังเกตและจัดการกับเรื่องเหล่านี้ เพื่อป้องกันไม่ให้องค์กรต้องเสียบุคลากรที่ดีมีคุณภาพไปในอนาคต

Related Articles

5 เรื่องสำคัญที่ต้องเตรียมก่อนทำเว็บไซต์

ไม่ว่าจะเป็นการทำเว็บไซต์ใหม่เพื่อใช้แทนตัวเดิมที่เริ่มล้าสมัยแล้วหรือเป็นการทำใหม่ตั้งแต่ต้น ก่อนจะเริ่มขั้นตอนการออกแบบมีเรื่องสำคัญที่ต้องเตรียมครับเพื่อให้การทำเว็บไซต์ใหม่ราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุดกับธุรกิจของเรา มาดูกันครับว่า 5 เรื่องสำคัญที่เราต้องเตรียมก่อนเริ่มทำเว็บไซต์มีอะไรบ้างครับ 1. ตั้งเป้าหมาย (objective) ให้ชัด “Start…

Article | Digital Marketing

ย้อนดูจีนในปี 2018 ที่ผ่านมามีสิ่งใดเกิดขึ้นไปแล้วบ้าง

ในปีที่ผ่านมาจีนมีการพัฒนาเรื่องเทคโนโลยีการสื่อสารอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะเรื่องการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของประชากรในประเทศและตั้งเป้าว่าจะเดินหน้าพัฒนาด้านอื่นอย่างเต็มที่และนำหน้าคนอื่น เราจะพาไปย้อนดูว่าในปี 2018 ที่ผ่านมา จีนมีการเติบโตอย่างไรและทำอะไรไปแล้วบ้าง โดยสรุปมาได้ ดังนี้ ภาพรวมการใช้อินเทอร์เน็ตของประเทศจีน ปัจจุบันการเข้าถึงและใช้งานอินเทอร์เน็ตของคนจีนมี…

Morning Call | Podcast | Technology

4 แอปฯ ฟรี ดีต่อ WFH!

คนทำงานหลายคนอาจจะเริ่มกลับไปทำงานที่ออฟฟิศกันแล้ว แต่เราก็เชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่ยังต้องทำงานแบบ Work From Home หรือแบบ Hybrid กันอยู่

Article | Living