ดีจริงหรอ? กับการเปิดใช้ "Dark Mode"

Last updated on พ.ย. 3, 2020

Posted on พ.ย. 3, 2020

“Dark Mode” เป็นที่นิยมมากมายในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการปรับจอมืดผ่านตัวระบบของโทรศัพท์เอง หรือการปรับที่ตัวแอพพลิเคชั่น ทั้งนี้เชื่อว่าหลายคนปรับเป็น Dark Mode เพราะส่วนหนึ่งคือเรื่องของ “ความสวยงาม”

แต่ถ้านอกจากความสวยงามแล้ว Dark Mode มีดีอะไรอีกบ้างแสงที่กระจายออกมาทางโทรศัพท์มือถือและจอคอมพิวเตอร์ล้วนเป็นแสงสีฟ้า หรือ Blue Light มีผลต่อสุขภาพของเราโดยที่เราอาจจะไม่รู้ตัว มีรายงานจากการสำรวจคนอเมริกันพบว่า ประมาณ 30% มีปัญหาปวดตา ตาล้า ตาเบลอ ปวดไหล่ ปวดคอ

dark mode

นอกจากนี้แสงสว่างจากจอยังมีผลต่อการหลั่งเมลาโทนินของสมองอีกด้วย ส่งผลให้มีปัญหาด้านการนอน “Dark Mode” จึงเกิดมาเพื่อแก้ปัญหานี้ เท่านั้นยังไม่พอ Apple ยังออกมาบอกว่าการใช้ Dark Mode จะทำให้เราโฟกัสกับงานได้มากขึ้นด้วยหลายคนมองว่า Dark Mode ช่วยประหยัดพลังงานแบตเตอรี่ในเครื่อง ทำให้โทรศัพท์เราสามารถใช้ได้ยาวนานกว่าการใช้แสงปกติได้ ซึ่งเรื่องนี้เป็นความจริงจากการทดสอบเปิด Dark Mode ที่ความสว่าง 50% และเปิด YouTube ดูไปด้วย จะช่วยประหยัดการใช้แบตเตอรี่ได้มากถึง 15% แต่ทั้งนี้ต้องหมายเหตุกันซักนิดนึงว่า ต้องเป็นจอ OLED เท่านั้น ถึงจะประหยัดได้ (เช่น iPhone 11pro และ 11proMax แต่ iPhone 11 ยังใช้จอ LED อยู่)

แต่ทั้งนี้จอแสงฟ้าก็ยังมีข้อดีอยู่อย่างที่ได้บอกแล้วว่าจอแสงฟ้ามีผลต่อการหลั่งเมลาโทนินและหลับนอน นั่นคือเหตุผลว่าทำไมจอในรถยนต์จึงใช้จอแสงฟ้า เพราะเขาไม่ต้องการให้คุณง่วงนั่นเองและการใช้จอ Dark Mode ก่อนนอน แม้ว่าจะช่วยให้คุณไม่ปวดตาและนอนหลับได้ดี แต่ผลลัพท์ตรงกันข้ามคือจะทำให้คุณจ้องจอโทรศัพท์นานกว่าปกติ..และการใช้จอ Dark Mode กลางแจ้ง กลับให้ผลลัพธ์ที่ไม่ดีต่อสายตาเราเลยรู้แบบนี้แล้ว จะใช้ Mode ไหนเมื่อไหร่ ลองปรับกันดูนะครับ

บทความที่คุณอาจสนใจ

trending trending sports recipe

Share on

Tags