Trending News

Subscribe Now

เชื่อว่ามีหลายคนที่อยากทำธุรกิจแต่ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน ‘CREATIVE TALK’ อยากชวนมาเรียนรู้ 5 สิ่งที่ควรรู้ก่อนคุณจะเริ่มธุรกิจ

เชื่อว่ามีหลายคนที่อยากทำธุรกิจแต่ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน ‘CREATIVE TALK’ อยากชวนมาเรียนรู้ 5 สิ่งที่ควรรู้ก่อนคุณจะเริ่มธุรกิจ

Article | Business

ในปีที่ผ่านมาหลังจากเกิดเหตุการณ์ The Great Resignation หรือปรากฏการณ์ที่คนลาออกจากงานเป็นจำนวนมาก บริษัทผู้ให้บริการจัดหาบุคลากรยักษ์ใหญ่ของโลก อย่าง Ranstad จึงได้ออกไปสำรวจและพบว่า 22% ของคนที่ออกจากงานนั้นผันตัวเป็นฟรีแลนซ์ 

ในขณะที่คนอีกกว่า 41% เลือกที่จะดำเนินธุรกิจของตัวเอง ซึ่งเกินครึ่งของคนที่ลาออกอยู่ในช่วงอายุ 25-34 ปี และยังมีข้อมูลจาก Oberlo ที่บอกว่าคน Gen Z หรือ Millennials เลือกที่จะเริ่มต้นธุรกิจของตัวเองมากกว่าคนรุ่น Baby Boomer เพราะในช่วงสองปีที่ผ่านมามีโอกาสทางธุรกิจ และช่องทางใหม่ๆ มากมาย ที่เป็นปัจจัยกระตุ้นให้คนตัดสินใจออกจากงาน และในปัจจุบันทั่วโลกมีผู้ประกอบการมากกว่า 582 ล้านคน และยังมีช่องทางในการเป็นสตาร์ทอัพอีกมาก

แต่ก็ยังมีสถิติที่บอกว่ามีธุรกิจจำนวนไม่น้อยที่ไปไม่รอดตั้งแต่ช่วงปีแรก ซึ่งอาจทำให้ใครก็ตามที่กำลังจะเริ่มทำธุรกิจของตัวเองรู้สึกไม่มั่นใจนัก แล้วเราจะเตรียมพร้อมกับสิ่งเหล่านี้เพื่อทำธุรกิจของเราให้ไปรอดอย่างไรได้บ้าง 

มาลองศึกษาจาก 5 ข้อต่อไปนี้ที่ได้จากการวิจัยธุรกิจทั่วโลกที่ทั้งสำเร็จและล้มเหลว


1. ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน

หลายครั้ง ที่คนเราเริ่มทำธุรกิจเพียงเพราะว่าอยากจะทำอะไรสักอย่างเป็นของตัวเอง อยากหลีกหนีจากงานประจำ ทำตามความฝัน หรือเพื่อเริ่มอะไรใหม่ๆ แต่ถ้าคุณอยากเป็นเศรษฐีได้เร็วๆ ล่ะก็ คุณอาจต้องลองกลับไปทบทวนถึงเป้าหมายเฉพาะที่เป็นของคุณให้ได้ก่อน เพราะถ้าคุณตัดสินใจก้าวมาในเส้นทางนี้แล้ว คุณต้องหาให้เจอว่าอะไรคือสิ่งที่จะช่วยจูงใจคุณได้ดี แล้วก็เริ่มทำธุรกิจจากแรงบันดาลใจนั้น

ไม่ว่าคุณจะอยากเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์เจ๋งๆ สักอย่าง หรืออยากเป็นเจ้าของบริษัทชื่อดังระดับโลก สิ่งแรกที่คุณต้องทำก่อนเริ่มคือ กลับไปหาเป้าหมายที่ชัดเจนของตัวเอง เพราะเป้าหมายที่ชัดเจนจะทำให้คุณไม่รู้สึกหวั่นไหวต่ออุปสรรค และมีแรงที่จะเดินต่อไป 


2. พร้อมรับความเสี่ยง

ไม่ว่าคุณจะเริ่มทำอะไรใหม่ คุณจะต้องคิดถึงทั้งสถานการณ์ที่ดีที่สุดและสถานการณ์ที่แย่ที่สุดของสิ่งนั้นที่อาจเกิดขึ้น เพราะมีรายงานของ Oberlo ที่พบว่า 50% ของธุรกิจสตาร์ทอัพนั้นต้องปิดตัวลง ภายในปีแรก และอีก 95% ก็อาจล้มหายตายจากไปภายใน 5 ปี 

วิธีหนึ่งที่จะช่วยลดความเสี่ยงได้ก็ คือ สำรวจตลาด เข้าใจลูกค้าและคอยอัปเดตเทรนด์อยู่เสมอ 


3. วางแผนการเงินให้ดี

กว่า 29% ของสตาร์ทอัพพลาด เพราะขาดเงินสดและไม่มีการทำบัญชีที่ดีพอ และอีก 37% ของสตาร์ทอัพ นั้นใช้เงินตัวเองในการเริ่มธุรกิจ มีเพียง 10% เท่านั้นที่ระดมทุนจากเพื่อนและครอบครัว การใช้เงินสดจากตัวเองเพียงแหล่งเดียวนั้น ถือเป็นความเสี่ยงประเภทหนึ่ง เพราะคุณต้องกันเงินทุนไว้ใช้สำหรับระยะสั้นและระยะยาว เผื่อการเปลี่ยนแปลงแผนการตลาด โดยเฉพาะในปัจจุบันที่ทั้งเทรนด์และเทคโนโลยีปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วแบบนาทีต่อนาที 


4. เริ่มแบบเล็กๆ ก่อน

ถ้าคุณไปขอคำแนะนำจากผู้ประกอบการ คนส่วนใหญ่จะต้องบอกว่าให้เริ่มจากอะไรเล็กๆ ก่อน และอย่าลืมที่จะวางแผนสำรองด้วย และสมัยนี้คุณไม่จำเป็นต้องรีบออกจากงานแล้วเริ่มทำธุรกิจทันที เพราะการทำงานแบบ WFH หรือ Hybrid จะทำให้คุณสามารถลองทำธุรกิจแบบเป็นงานเสริมเล็กๆ ควบคู่ไปกับงานประจำได้ ให้คุณได้ลองค้นหาว่าธุรกิจที่คุณจะทำเป็นของตัวเองนั้น มาถูกทางไหม หรือว่าคุณจะอดทนทำมันได้หรือเปล่า 

และสิ่งสำคัญที่ไม่ควรลืมคืออย่าเอาเวลางานประจำมาทำงานเสริม เพราะนี่ไม่ใช่สิ่งที่มืออาชีพทำ แต่ให้ใช้การบริหารเวลาให้เหมาะสมแทน นอกจากนี้คุณยังต้องขยัน ทำงานให้หนัก เพราะจากข้อมูลของ NorthOne พบว่า 62% ของผู้ประกอบการรุ่นใหม่เริ่มต้นจากการทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ไม่มีลูกน้อง นั่นหมายความว่าเจ้าของธุรกิจเหล่านี้ต้องทำหลายหน้าที่ และได้เรียนรู้งานหลากหลายด้านด้วยตัวเอง รวมถึงต้องรับผิดชอบความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นเองด้วย


5. เรียนรู้ตลอดเวลา

ผู้ประกอบการที่ดีจะต้องรู้เรื่องการตลาด , เทรนด์ , ความต้องการของลูกค้า , เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ รวมถึงแนวทางในการประกอบธุรกิจอยู่สม่ำเสมอ เพราะความรู้เหล่านี้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สิ่งที่รู้ในวันนี้อาจจะกลายเป็นเรื่องล้าสมัยภายในสามเดือนข้างหน้าได้ นอกจากการเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอแล้ว อีกสิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือการสร้างเครือข่าย หรือกลุ่มสังคมใหม่ๆ คอยออกไปหาผู้คนใหม่ๆ ไม่ว่าจะคนในวงการ หรือนอกวงการธุรกิจที่คุณสนใจ ใครก็ตามที่ให้ความรู้ใหม่ๆ หรือพาให้คุณไปรู้จักคนใหม่ๆ ได้ก็จะช่วยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความรู้ที่เป็นประโยชน์และต่อยอดธุรกิจของคุณได้ 


แม้การเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ จะเป็นเรื่องที่ท้าทายและน่ากลัว แต่ถ้าคุณมีการวางแผนที่ดี มีความกล้าหาญและสู้ไม่ถอย สุดท้ายแล้วสิ่งที่คุณจะได้รับก็คือการเติบโตทั้งทางความคิดทางธุรกิจและการใช้ชีวิตไปพร้อมๆ กัน ดังนั้นเมื่อคุณคิดว่าตัวเองพร้อมแล้วที่จะลงมือเดินหน้าสู่ความฝัน ก็จงมองโลกในแง่ดี และมีความหวังอยู่เสมอ


อ้างอิงข้อมูลจาก – Before you start a small business, you must take these steps


เรื่อง: แพรว – ณัฐธยาน์ รุ่งรุจิไพศาล นักเขียนตัวเปี๊ยกหัวโต ผู้รักสัตว์เป็นชีวิตจิตใจ วิ่งไล่ผีเสื้อในทุ่งลาเวนเดอร์

Related Articles

Digital Marketing ไม่ใช่ยาวิเศษ ที่จะรักษาโรคขายไม่ดีได้ทุกชนิด!

หลายครั้งมีการเข้าใจผิดของเจ้าของกิจการและนักการตลาดครับว่า ถ้าสินค้าเริ่มขายไม่ได้หรือธุรกิจมีปัญหา การทำ Digital Marketing จะช่วยรักษาให้ธุรกิจดีขึ้นได้ โดยการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ หรือแม้แต่ให้ลูกค้าเก่าให้กลับมาซื้ออีก ซึ่งความเชื่อนี้ใช้ได้กับบางธุรกิจเท่านั้นครับและไม่เสมอไปด้วย…

Article | Digital Marketing

7 เรื่องที่องค์กรต้องเข้าใจทีมงาน เพื่อการทำงานในปี 2022 (Part I)

ก้าวเข้าสู่ปี 2022 แล้ว หนึ่งสิ่งที่หลายๆ องค์กรให้ความสำคัญในแผนการดำเนินงานในแต่ละปีนั้นหนีไม่พ้นเรื่องของ “ทีมงาน”

Article | Business