Trending News

Subscribe Now

7 วิธีออกนอกคอก กระตุ้นไอเดียสร้างสรรค์แบบที่คุณอาจนึกไม่ถึง

7 วิธีออกนอกคอก กระตุ้นไอเดียสร้างสรรค์แบบที่คุณอาจนึกไม่ถึง

Article | Creative/Design

ความจริงแล้วแล้วความคิดสร้างสรรค์ทำงานอยู่เสมอภายในสมองของเรา นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมไอเดียดีๆ มักจะผุดขึ้นอยาสงไม่ทันตั้งตัว อย่างในระหว่างอาบน้ำสระผม หรือตอนล้มตัวลงนอนหัวถึงหมอนไม่กี่นาที แต่ถ้าวันไหนตารางงานแน่นเอี้ยด ต้องทำโน่นทำนี่วุ่นวายไม่รู้จบ วันนั้นคุณจะคิดอะไรไม่ค่อยออก และตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆ มากไม่ค่อยได้ คำถามคือแล้วเราจะทำอย่างไรดี

CREATIVE TALK แนะนำว่าถ้าวันไหนคุณอยากคิดงานให้ออก ให้หยุดคิด เลิกทำตัวยุ่ง ทิ้งงานด่วนแต่ไม่สำคัญซะ แล้วไปลองทำ 7 วิธีออกนอกคอก เพื่อกระตุ้นไอเดียสร้างสรรค์แบบที่คุณจะนึกไม่ถึง ต่อไปนี้

1. หลับสักงีบ

ถ้าอ่านข้อมูลจนสมองโอเวอร์โหลด หนักหัวนักก็อย่าฝืนลืมตาตื่น 

งานวิจัยจาก ‘Harvard Medical School’ และ พบว่าการงีบหลับซักตื่น หรือถึงขั้นเอาเก็บไปฝัน อาจช่วยให้ไอเดียดีๆ หรืิอเจอวิธีแก้ปัญหาที่คิดไม่ตกได้แบบกะทันหัน ตกใจตื่นมาก็จดให้ทันกันล่ะ 

การทดลองของ ‘University of Lübeck’ พบว่าในสนามสอบคณิตศาสตร์ ระหว่างพักนักเรียนที่แอบนอนงีบหลับไปตื่นหนึ่งแล้วกลับมาทำสอบต่อจะทำคะแนนได้ดีกว่าเพื่อน จึงพอจะเป็นข้อพิสูจน์ที่ดีว่า การงีบนั้นน่าจะช่วยรีสตาร์ตสมองให้กลับมาใสปิ๊ง กลับมาตะลุยโจทย์ยากๆ ได้แบบฟอร์มไม่ตก


2. รายล้อมด้วยโทนสีน้ำเงิน

นักวิจัยจาก ‘University of British Columbia’ ศึกษาพบว่า ‘สีน้ำเงิน’ หรือสีโทนฟ้าจะช่วยกระตุ้นให้คุณ ‘คิดออกนอกกล่อง’ เพราะสีฟ้าเชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่าง ท้องฟ้า ทะเลสาบ และมหาสมุทร ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ในเชิงจิตวิทยาที่ทำให้มนุษย์ส่วนใหญ่รู้สึกสงบจิตสงบใจ ปลอดโปร่งโล่งสบาย และปลอดภัยมากพอที่จะมองหาผลลัพธ์หรือจุดหมายใหม่ๆ กล้าออกสำรวจ ทดลองจับนั่นผสมนี่ จนออกมาเป็นผลงานสร้างสรรค์ที่สะท้อนตัวคุณออกมา


3. ออกไปรับแสง

คนละความหมายกับ ‘หิวแสง’ อาการของคนที่อยากได้สปอตไลต์ไฟจ้าๆ แข็งๆ ส่องหน้า อยากเป็นจุดสนใจของผู้คน ต่างกันคนละโลกกับการออกไปตากแดดเช้าอุ่นๆ โดนลมเย็น อิงแอบธรรมชาติ มอบความสดใสมีพลังบวก

ตามผลวิจัยจาก ‘Washington State University’ และรายงานที่ตีพิมพ์ ‘Creativity Research Journal’ ให้ข้อสรุปว่า แสงธรรมชาติ รวมถึงต้นไม้ใบหญ้าจะช่วยเติมพลังสร้างสรรค์ให้คุณได้มากกว่าอยู่ในห้องผนังสี่เหลี่ยมหรือกองพลาสติกที่ทำให้เกิดความรู้สึกแห้งแล้งในหัวใจอย่างแน่นอน


4. ออกแรงแอคทีฟ

งานวิจัยของ ‘University of Graz’ ในออสเตรียพบว่า แค่คุณขยับร่างกายให้เลือดลมหมุนเวียนจนสมองหลั่งสาร Endorphins ออกมา จะช่วยให้อารมณ์โดยรวมของคุณดีขึ้น ไอเดียดีๆ ก็จะเกิดขึ้นได้ง่ายกว่า รวมทั้งผลการศึกษาจากอเมริกายังพบว่าการออกกำลังกายช่วยลดอาการป่วยทางใจไปด้วยได้กว่า 43% ของกลุ่มอาสามัครที่เข้าร่วมทดลอง


5. อยู่ลำพัง

“หากปราศจากความสันโดษ ผลงานชิ้นเยี่ยมก็คงเกิดขึ้นไม่ได้” (Without great solitude, no serious work is possible.) – พาโบล ปิกัสโซ (Pablo Picasso)

การออกเดินทางคนเดียวเงียบๆ หรือแม้แต่การอ่านงานวรรณกรรมก็นับเป็นการเดินทางภายในโดยลำพัง พบเหตุการณ์ในเรื่องเล่าหรือว่าในชีวิตจริง ช่วยสมองคุณได้ตกตะกอนอะไรบางอย่างออกมาระหว่างบรรทัดและระหว่างทาง 

ซึ่งไอเดียสร้างสรรค์ที่ผุดขึ้นมาก็อาจจะเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวเนื่องกับสิ่งที่พบเจอหรือเรื่องที่กำลังอ่านเสียทีเดียว แต่หลายครั้งก็ช่วยให้คุณตัดสินใจหรือหาทางออกของปัญหาบางอย่างได้อย่างน่าอัศจรรย์ 

ผลวิจัยจาก ‘The University of Buffalo’ บอกว่าการเข้าสังคมตลอดเวลา ต้องคอยปฏิสัมพันธ์กับผู้คนมากจนเกินไป แต่อาจจะไม่ค่อยเกิดบทสนทนาที่มีคุณภาพ จะส่งผลต่ออารมณ์ เหมือนที่ใครหลายคนอาจรู้สึกเหงาและเฉา แม้จะมีใครต่อใครอยู่รายล้อมมากมาย 

ภาวะซึมเศร้าอาจเกิดขึ้นได้ ถ้าคุณปล่อยให้ตัวเองทำแต่สิ่งที่คนอื่นคาดหวังจนไม่มีเวลาให้ตัวเองเลยนั้น ลองหัดใจฟูแม้จะอยู่คนเดียวดูบ้างก็น่าจะดีไม่น้อย แล้วความอิ่มใจจะปล่อยพลังงานที่เปล่งประกายในตัวเองของคุณออกมา ดึงดูดผู้คนใหม่ๆ มาให้คุณแรงบันดาลใจ และปรับโลกทัศน์ เปลี่ยนเลนส์สายตาให้คุณมองเห็นไอเดียสดใหม่ที่อยู่รอบตัวนี่เอง


6. ติ๊ต่าง…ถ้าเกิดว่า

มองหาความเป็นไปได้ภายใต้เงื่อนไขและข้อจำกัด เป็นอีกเทคนิคที่ช่วยย่นระยะเวลาคิดให้สั้นลง จากการฝึกสร้างโจทย์ให้ตัวเองแก้ในสภาวะขาดแคลนทรัพยากร 

ลองจำลองเหตุการณ์เพื่อมองหากระบวนการสร้างผลลัพธ์ต่างๆ กันไป เพื่อเปิดโอกาสให้สมองของได้สลับโหมดการประมวลผลข้อมูลไปมาเพื่อจะต่อยอดไอเดียไปได้สุดสักทาง อย่างเช่น 

ตั้งคำถามว่า “สัตว์ชนิดไหนที่หากอาณาจักรโบราณฝึกให้ออกรบได้สำเร็จ กองทัพนั้นอาจเอาชนะทุกศึกสงคราม” คำตอบอาจเป็นแมว เสือ ช้าง แรด หมี หรือฮิปโป ด้วยเหตุผลรองรับต่างๆ กันไปตามหลักชีววิทยา แต่ตัวไหนล่ะที่จะสร้างข้อได้เปรียบมากที่สุดในภูมิภาคและสภาพภูมิอากาศต่างๆ กัน 

ลองเปิดกว้างให้ทุกคนในทีมนึกสนุก กล้าที่จะโยนความคิดกันใส่กระดานหรือเวียนกระดาษส่งต่อๆ กัน จะได้ไม่เขินเวลาสิ่งที่เราเสนอไปถูกปัดตกหรือไม่ถูกเลือก เพียงช่วยกันสร้างบรรยากาศการทำงานที่เอื้อต่อการโยนไอเดียสร้างสรรค์ขึ้นมาเหมือนเวลาท้าเล่นบอร์ดเกมด้วยกันสักตาก็น่าจะสนุกกว่าต่างคนต่างปิดปากเงียบ ได้ยินแต่เสียงแอร์ดังในห้องประชุม


7. ลองคิดถึงคนอื่น

นักประดิษฐ์ส่วนใหญ่ต่างก็มีจุดมุ่งหมายที่จะแก้ปัญหาให้ผู้อื่น อาจเริ่มจากผู้คนใกล้ตัวเรา หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่ต้องการสิ่งนี้ อย่างเช่น อยากจะช่วยทำให้โลกของผู้พิการสดใส มีความสุข ใช้ชีวิตได้สะดวกสบายขึ้น ถ้าทำได้จริงเราก็จะรู้สึกว่าสิ่งที่ทำนั้นมีความหมายต่อผู้อื่นและมีคุณค่าต่อใจเราด้วย

เห็นไหมล่ะว่าไอเดียดีๆ เกิดขึ้นได้ไม่ยาก ถ้าเตรียมสภาพร่างกายและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อความคิดสร้างสรรค์ให้ดีๆ เชื่อว่าพอผสมกับความรู้สึกอิน ความหลงใหล การเตรียมพร้อมด้านข้อมูลและเครื่องไม้เครื่องมือของคุณเอง ก็ขอให้เชื่อเถอะว่าจะมีคนตั้งตารอชม และใช้ผลงานสร้างสรรค์ของคุณอยู่ อย่างน้อยก็ต้องมีสักคนแหละน่า ดูอย่างศิลปินก้องโลกหลายคนที่กลายเป็นตำนานแม้ในวันที่ไม่อยู่แล้วก็ตาม

อ้างอิง:

Related Articles

อย่าว่าแต่อ่านให้ได้หลายเล่มเลย อ่านให้จบสักเล่มก่อนดีกว่า – รวมเทคนิคทำลายกองดอง อ่านหนังสือยังไงให้จบ!

เชื่อว่ามีหลายคนเป็นนักดองหนังสือ และอาจดองหนังสือที่ซื้อมาตั้งแต่สมัยที่งานหนังสือที่ศูนย์ประชุมสิริกิติ์ยังไม่ปิดปรับปรุง

Article | Living | Nice to Read You

This too shall pass แหวนแห่งโซโลมอนกับปรัชญาที่ว่า ‘ทุกสิ่งล้วนชั่วคราว’

‘This Too Shall Pass’ วลีคลาสสิกที่สอนให้เราได้เรียนรู้ถึงความหมายของความไม่จีรัง เพราะไม่ว่าคุณจะกำลังเผชิญกับอะไรอยู่ ในท้ายที่สุดแล้วมันก็จะเปลี่ยนไป

Article | Living

ฝึกคิดแบบนักออกแบบ: 3 ทักษะของนักออกแบบที่คนที่ไม่ใช่ Designer ควรมีในทศวรรษที่ 20

คุณคิดว่าทักษะที่เหล่านักออกแบบเขามีกันคืออะไร? วาดรูปสวย? เลือกของใช้ได้อย่างมีรสนิยม? จะหยิบจับอะไรก็ดูเข้ากันไปหมด? ทำ Presentation สวยเป๊ะทุกระเบียบนิ้ว? ฯลฯ ทักษะที่กล่าวมาด้านบนนั้นเราเรียกว่าเป็นทักษะการนำเสนอ หรือ…

Article | Creative/Design