Trending News

Subscribe Now

สรุป 5 สิ่งที่ไม่ทำปีนี้ ก็ไม่ทันแล้ว จากงาน CTC 2019

สรุป 5 สิ่งที่ไม่ทำปีนี้ ก็ไม่ทันแล้ว จากงาน CTC 2019

Article | Entrepreneur

จบไปแล้วสำหรับงาน Sansiri and BCPG Present Creative Talk Conference 2019: 2019 Trends & Creative Revolutions ในงานนี้มีการอัพเดท Trends ในหลายด้านทั้ง Design, Marketing, Technology, Entrepreneurship หลังจากเราได้ฟังทั้ง 7 Sessions พบว่า Speakers หลายคนได้ให้มุมมองคล้าย ๆ กันว่า ตอนนี้โลกหมุนไปเร็วมาก และเทคโนโลยีพัฒนามาถึงจุดที่ทุกคนสามารถใช้ได้ง่ายขึ้น กลุ่มคนยุค Millennials สามารถเปลี่ยนใจได้เร็วขึ้น Trend อาจจะไม่ได้มีอะไรใหม่ หวือหวา แต่จะเป็นปีที่บริษัทจะต้องเริ่มหยิบจับ Technology ที่มีอยู่แล้วมาปรับใช้ให้เข้ากับธุรกิจและกลุ่มลูกค้าของตัวเอง เพราะฉะนั้นเรามาสรุป 5 สิ่งที่ไม่ทำปีนี้ ก็อาจจะไม่ทันแล้ว

 

 

1. ต้องสร้าง Trend ของตัวเอง

ใน Session “Creative Trends” คุณอัศวิน พานิชวัฒนา Executive Creative Director GREYnJ, คุณพิชิต วีรังคบุตร (หัวหน้าฝ่ายบริหารและพัฒนาพื้นที่สร้างสรรค์ รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์”) และคุณ Ong Artasan ได้ให้ความเห็นคล้ายๆ กันว่า

ในปีนี้ Trends อาจไม่ใช่สิ่งสำคัญ เพราะยุคนี้ทุกคนสามารถสร้าง Trend ของตัวเองได้ แบรนด์ ต้องหา Branding ของตัวเองให้เจอ สร้างคอนเทนต์ของคุณเอง  หาวิธีพูดในสิ่งเราถนัด ในจุดแข็งของตัวเอง และความคิดสร้างสรรค์

 

 

 

2.ต้องเชื่อมกันทั้ง Online – Offline

คุณสโรจ เลาหศิริ Chief Marketing Officer Rabbit’s Tale ได้ให้ความเห็นว่า ในปี 2019 แบรนด์ไหนที่เจอจุดสมดุลระหว่าง  Online – Offline ก่อนจะได้เปรียบ ถ้าเราทำแค่ Online อย่างเดียวไม่สน Offline อาจทำให้ Customer Journey ขาดหายไป ใครที่สร้าง human touch มากกว่ากันอาจจะชนะก็ได้

 

ซึ่งตรงกับที่คุณพิชิต วีรังคบุตร ได้แนะนำว่าการ Collaborative Platform ทั้งออนไลน์และออฟไลน์จะช่วยให้เกิดการเชื่อมต่อกับลูกค้า ได้พูดคุยกัน ถ้ามี Platform ที่ทำให้พบเห็นปัญหาของผู้คนจะช่วยให้เข้าใจกันและกันมากขึ้นเยอะ

 

3. AI ต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้


คุณมาร์ค อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ Co-Founder จาก Blognone และ Brand Inside บอกเราในช่วง Technolgy Trends ว่า  ภาพรวมเทคโนโลยีของปี 2019 จะไม่ได้แตกต่างมากถ้าเทียบกับปีก่อนๆ Cycle ของ Technology ไม่ได้เปลี่ยนอย่างรวดเร็วเหมือนสมัยก่อนแล้ว ไม่ได้มีความแตกต่างจากเดิมอย่างที่สมาร์ทโฟนทำได้ก่อนหน้านี้ สิ่งที่น่าสนใจคือ สำหรับปีนี้ AI จะเท่ากับการทำ Automation จะมาทำงานที่ต้องใช้แรงงานคนทำ แต่เราจะให้ AI ทำแทน เช่นงานวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมากๆ การใช้คนอาจจะไม่สามารถทำได้ การใช้ AI เข้ามาช่วยจะทำได้ดีกว่า ข้อดีคือ AI ที่คนใช้ในปัจจุบันจะใช้ซ้ำๆ ซึ่งบริษัทใหญ่ๆ มีให้หมดแล้ว เราสามารถใช้ได้ในราคาที่ถูกลง

 

 


4. Data แค่เก็บไม่พอ ต้องใช้ให้เป็น

ปัจจุบันคนที่มี Data ในมือ เหมือนมีอำนาจ เพราะ Data เป็นเหมือนเส้นเลือดใหญ่ที่ Connect ทุกอย่างให้เกิดขึ้น แต่สิ่งสำคัญคือต้องมีการจัดเก็บ Data ที่ถูกต้องก่อน เพื่อไป Provide New Service โดยเรียนรู้จากพฤติกรรมของลูกค้า” คุณณัฐกรณ์ รัตนชัยสิทธิ์ Founder & Managing Director จาก Predictive ได้บอกเอาไว้ใน Session Data The Power to Transform Business Strategy

 


ซึ่งตรงกับที่คุณตูน
สุธีรพันธุ์ สักรวัตร EVP Head of Marketing ธนาคารไทยพาณิชย์ บอกไว้ใน Marketing Trends ว่า การทำ Big Data จะทำให้เรารู้ Insight มากขึ้นโดยยกตัวอย่าง Project ทดลองของ SCB ที่ลง Media ไปประมาณ 3 – 5 ล้านแต่ได้เงินคืนมาถึง  3 พันล้าน เป็นการนำ Data ที่ได้มาหาว่า Sell Signal ว่าอยู่ในตรงไหน

 

การทำ Big Data ไม่ได้ใช้แค่ในเชิง Marketing เท่านั้น ในวงการเพลงก็มีใช้เหมือนกัน โดยคุณพาย ปิยะพงษ์ หมื่นประเสริฐดี Co-Founder & Director of Community, Education and Partnerships at Fungjai ได้ยกตัวอย่างให้ฟังในช่วง Innovation in Music, Art & Recreation ว่าในการจัดคอนเสิร์ต มีการทำ Data Mining โดยเก็บข้อมูลใน Social Media ต่างๆ เพื่อให้รู้ว่า วงดนตรีวงนี้ตอนนี้ถูกติดตามที่ไหน มีแฟนเพลงกี่คน มีคนฟังกี่ครั้ง เพื่อที่จะ Forecast ได้ว่าวงนี้กำลังจะโตขึ้นไหม กำลังจะดังหรือเปล่าและเหมาะจะไปจัดคอนเสิร์ตที่นี่ได้หรือเปล่า

 


คุณป้อม ศิวัตร เชาวรียวงษ์ ประธานกรรมการบริหาร กรุ๊ปเอ็ม (ประเทศไทย) และ นายกสมาคม Digital Advertising Association Thailand (DAAT) ได้บอกไว้ใน Digital Marketing Overview 2019 ว่าสิ่งสำคัญในการทำ Marketing ยุคนี้คือหา Segment ที่คนอื่นไม่รู้ให้เจอ ซึ่งต้องเริ่มจากเก็บข้อมูลและวิเคราะห์ Insight ออกมาให้ได้

 

5. ต้อง Go Global

คุณยอด ชินสุภัคกุล CEO Wongnai ได้อัพเดทไว้ใน Session Startup/Entrepreneur Trends ว่า ตลาดในประเทศไทยเล็กมากและมีบริษัทใหญ่ต่างชาติที่เข้ามามากขึ้น ถ้าหากอยากเป็นผู้ประกอบการในยุคนี้ ต้องเล็งไปที่ Regional, Global โดยต้องเริ่มที่  Mindset ตั้งแต่วันแรกเลยว่าจะไประดับ Regional เพราะความสามารถเรามีอยู่แล้ว

และนี่คือ 5 สิ่งสำคัญที่ทุกบริษัทควรเริ่มทำในปีนี้ ไม่ใช่แค่เรื่อง Big Data หรือ AI เท่านั้นแต่รวมถึงการสร้าง Branding ของตัวเองเพื่อให้แตกต่างจากคู่แข่ง การเชื่อมทั้ง Online – Offline เข้าด้วยกันเพราะให้เราเข้าถึงลูกค้าได้ในทุก Touchpoint และสุดท้ายการทำธุรกิจยุคนี้เราต้องคิดไกลไปต่างประเทศตั้งแต่วันแรกด้วย

 

ติดตามคลิปย้อนหลังงาน CTC2019 ได้ที่

Main Stage : AIS PLAY

ห้องอื่น ติดตามได้ที่เพจ Creative Talk Live หรือ Youtube CREATIVE TALK 

สำหรับใครที่ชอบฟัง Podcast ติดตามได้ที่ APPLE PODCAST / SPOTIFY / SOUNDCLOUD 

Related Articles

End of the walk way : ธุรกิจล้างรถ สะดวกแต่ไม่สบาย

ทุกคนที่มีรถก็ต้องล้าง แต่จะจ้างล้างทุกครั้งก็เปลืองเงิน ล้างเองที่บ้านอุปกรณ์ก็ไม่ครบ น้ำก็ไม่แรง ทำไงดี? ที่นี่มีคำตอบ รัฐอริโซน่า รัฐที่พูดไปน้อยคนจะรู้จัก แต่ถ้าบอกว่าเป็นรัฐที่มีแกรนด์แคนยอน ผมคิดว่าเราน่าจะพอมองเห็นภาพมากขึ้น นอกจากแกรนด์แคนยอนที่ขึ้นชื่อแล้ว…

Article | End of The Walk Way

ถ้าคุณเข้าใจว่าระบบสั่งการด้วยเสียงคือล้ำแล้ว คุณกำลังตกยุค

“Hey Google, play some music” เชื่อว่าสายเทคโนโลยีหลายคนน่าจะได้มีโอกาสลองใช้การส่งคำสั่งด้วยเสียงกันแล้ว ไม่ว่าจะผ่านอุปกรณ์อย่าง Google Home หรือ...
Article | Creative/Design | Technology
libero in ut ante. ut ipsum